มองมุมกลับ การเข้าถึงโพสต์ต่ำ ทำเราเจ๊งจริงหรือ?

by - 2.7.57


ก็ยังไม่หยุดกระแสวิจารณ์กึ่งบ่นออดๆ แอดๆ ของแบรนด์และนักการตลาดเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการปรับตัวเลขการเข้าถึงโพสต์เฟซบุ๊ก 




น่าเห็นใจครับ แต่สำหรับผมแล้ว "เฉยๆ"

นั่นเพราะเฟซบุ๊กเองก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเช่นกันครับ !!!

มีคนบอก เฟซบุ๊กต้องการหารายได้มากขึ้น ด้วยการโฆษณาของเพจ ข้อนี้ผมไม่แย้งนะ เพราะไม่ว่าจะไปยังหน้าไหนของเพจ จะเจอปุ่มโฆษณาเต็มไปหมด

แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดที่ว่า เฟสบุคพยายามบีบให้คนลงโฆษณาด้วยการบีบค่า Reach ให้ต่ำลง !!!

ผมลองคิดแบบย้อนแย้ง ว่า ถ้าผมต้องการเงินโฆษณามากขึ้น ทำไมผมไม่เปิดโฆษณาให้ user และ group ด้วยซะเลยล่ะ...จะไปบีบ Page หรือสร้างเงื่อนไขให้ซับซ้อนมากขึ้นทำไม?
.
.
.
ก่อนเข้าเนื้อหาหลักที่อยากบอก ผมขอเท้าความเพื่อความเข้าใจที่ดีก่อน ว่า Social media คือ เครื่องมือออนไลน์ที่ใช้สื่อสารกันของกลุ่มคน (สังคม)

มันมีหลายเครื่องมือ ไม่ได้มีแค่ Facebook ซึ่งแต่ละเครื่องมือก็มีแนวคิดและคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันไป แต่โดยโครงสร้างพื้นฐานแล้ว จะเข้านิยามคำว่า Social ได้ user นึง ต้องเชื่อมโยงกับ user นึง...ก่อน

แล้วเมื่อสังคมเริ่มโต คนเริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น ยาวขึ้น ซับซ้อนขึ้น โอกาสที่ข้อมูลจากคนอีกนับร้อยนับพันจะถูกส่งมาถึงเราก็มีสูงมากด้วย

ดูตัวอย่างได้จาก Twitter (เพราะยังยืนเท้าในแนวคิดของ Social ยุคบุกเบิก) ที่ user A จะได้รับข้อมูลจาก user B ทั้งหมด ขอเพียงแค่ A ยัง connect B อยู่

แล้วเมื่อ A ไป connect C,D,E,F และ G พร้อมกัน เท่ากับว่า A จะรับข้อมูลจากคนกลุ่มนี้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน

นี่คือโครงสร้างพื้นฐานของ Social media....

ทีนี้มาเข้าเนื้อหาหลักกันนะครับ...เฟซบุ๊ก เป็น Social media แต่ก็ไม่ได้เหมือน Social media อื่นๆ เพราะดันมี อัลกอลิธึ่ม ของตัวเอง ทำหน้าที่เป็นตัวกรอง (filter) ข้อมูลอีกชั้น เพื่อไม่ให้ A รับข้อมูลของ B C D E F G ในเวลาเดียวกันมากไป !!!

ถามว่าทำไม?

ไม่มั่นใจแฮะ แต่พอเดาได้ว่า คอนเซปต์ของเฟซบุ๊ก อยากให้ user ได้รับแต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากเพื่อนและเพจ ไม่อยากให้เกิด Data overload แบบ Twitter ก็เป็นได้

เพราะถ้าหาก A ต้องรับทุกข้อมูลจากทุกคน มันจะเกิด Case นี้ขึ้นครับ คือ A จะหยุดการสร้างเครือข่ายใหม่ๆ

เพราะเป็นผมเองก็คงรู้สึกแปลกๆ ถ้าต้องเจอคนที่ไม่ค่อยสนิท มาบ่นบน Feed ผมทั้งวี่ทั้งวัน...ผมก็คงจะเลือก connect เฉพาะเพื่อนสนิท หรือเพื่อนที่พูดจาเข้าหูทุกโพสต์ ฯลฯ

และนอกจากการสร้างเครือข่ายในระดับ user แล้ว Facebook ยังปล่อยให้สร้าง Page ขึ้นมาได้ด้วย...ซึ่งเจ้า Page เนี่ย อุปโลกแทน คนหนึ่งคนได้เลย เช่น เพจของคุณตัน หรือ เพจของจ่าพิชิต

แถม...user 1 user สามารถสร้างเพจได้อีกตั้งหลายสิบเพจ จึงเท่ากับว่า A นอกจากต้องรับรู้เรื่องเวิ่นเว้อของ B C D E F G แล้ว...ยังต้องรับฟังเรื่องโม้จาก Page A B C D E F G H I J K อีกสารพัด...

สรุปว่า ในเฟซบุ๊ก มีแหล่งข้อมูลใหม่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา แม้จะไม่มีการ register ใหม่ก็ตาม !!!

ผมว่าใครที่เล่น Twitter อยู่ จะเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามอธิบายได้ดี

ย้อนกลับมาที่สถานการณ์ Reach ตกต่ำ...แม้ใครจะมองว่าเฟซบุ๊กพยายามบีบให้เพจลงโฆษณา แต่ผมกลับมองว่า เฟซบุ๊ก พยายามรักษา user ของตัวเองเอาไว้อย่างสุดกำลัง เหมือนที่ eBay พยายามรักษาลูกค้ามากกว่าพ่อค้านั่นเพราะ eBay มองออกว่า ถ้าไม่มีลูกค้า ก็ไม่มีพ่อค้าเช่นเดียวกัน (และคงไม่มีรายได้ตามมา)

อย่างที่ผมเคยบอก ผมรู้สึกเฉยๆ มากกับมาตรการที่เกิดขึ้น เพราะถ้าทุกคนต่างใช้ Page เดียวต่อ user เดียว ก็คงไม่เกิดภาวะ ข้อมูลขยะล้นหน้าฟีด และความเข้มงวดของ อัลกอลิธึ่มก็คงไม่สูงขนาดนี้

คนปรับตัวเท่านั้นถึงจะอยู่รอด เฟซบุ๊กก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ปรับตัววันนี้ ไม่นาน user ก็คงจะเบื่อ และหายไปหมดในที่สุด

รวมทั้งเรา ที่มาหากินกับเฟซบุ๊ก เพราะที่นี่มีจำนวน user ที่สูงใช่หรือไม่?

You May Also Like

0 ความคิดเห็น