กระตุ้นยอดขายสินค้าเฟซบุ๊กด้วยกลยุทธ์ตัวเลือก

by - 24.6.57

ช่วงนี้ e-commerce ซบเซานะครับ รู้สึกเหมือนกันไหม? 

ยอดขายสินค้าในเฟสบุ๊กไม่ Peak เหมือนก่อนเลย...อันจะรอฟ้ารอฝนรอเทพประทานพรก็คงกระไรอยู่ ขนาดบูชาทั้งนางกวัก กุมารด้วยภัตตาหารสารพัด ยอดขายยังไม่กระดิกเลย...


อย่ารอเลยครับพี่น้อง เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกระตุ้นยอดขายในร้านให้เกิดขึ้น...ด้วยตัวเองเสียแล้ว

วันนี้มีผมกลยุทธ์ "การสร้างตัวเลือก" มานำเสนอครับ

ถ้าอธิบายแบบง่ายฉบับผม คือ การสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อเปรียบเทียบกับตัวเลือกหลักที่มี (เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อให้เร็วขึ้น)

โมเดลการขายขึ้นอยู่กับเราครับ ว่าเราจะดีไซน์ยังไง เช่น การจัด Set สินค้าลดราคาหลายๆ Set มาเป็นตัวเลือก หรือ การขายคู่สินค้าอื่น ฯลฯ

ไม่ว่าจะใช้โมเดลไหน จำไว้ว่า ต้องมีตัวเลือกให้ลูกค้า และความมุ่งหวังต้องเป็นตัวเลขกำไรที่ยอมรับได้ 

ส่วนโมเดลที่ผมจะพาทำในวันนี้ ผมจะนำ กลยุทธ์ตัวหลอก มาใช้ด้วยครับ เป็นยังไงไปดูกัน

ผมมีสินค้า A ราคา 1,000 บาท 
ผมจะสร้าง "ตัวเลือก" ด้วยการเอาสินค้าโละสต็อกของร้านอื่นมาขายคู่กันครับ

สถานที่ที่จะหาสินค้าโละสต็อกถูกๆ ได้คือ Facebook Group ครับ 


จากนั้นก็มองหาสินค้าที่แม่ค้าตั้งใจโล๊ะจริงๆ  เมื่อตีเป็นราคาต่อชิ้นแล้วถูกกว่า 50% ยิ่งดีครับ แต่มีหลักคร่าวๆ ให้พิจารณา

1. อย่าซื้อสินค้าที่ราคาต้นทุนแพง
2. อย่าซื้อมาตุนเยอะ

นั่นเพราะเราจะซื้อไปเพื่อสร้างตัวเลือกกระตุ้นยอดขาย เราไม่ได้กะรวยเพราะมัน ดังนั้น อย่าเอาเงินไปลงกับมันเยอะครับ

สมมติผมได้สินค้า B ราคาต้นทุนต่อกระปุก 50 บาท ขายปลีก 260
เมื่อได้สินค้ามาแล้ว จัดการกำหนด Set สินค้าเลย ดังนี้

1. สินค้า A ราคา 1,000 บาท
2. สินค้า A + B ราคา เต็ม 1,260 บาท แต่ลดเหลือ 1,060 บาท
3. สินค้า B ราคา 260 บาท

จากสินค้าทั้ง 3 แบบ มีตัวหลัก ตัวเลือก และตัวหลอก ครบเลย..ตัวหลอกคืออันไหน อันที่ 3 นั่นไงครับ คือตัวหลอกของผม ผมไม่ได้ตั้งใจขายมัน แต่ต้องเอามาหลอก เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเทียบ เพราะไม่อย่างนั้นลูกค้าจะรู้สึกว่าสินค้า B คือสินค้าแถม ไม่น่าสนใจ เราต้องให้มันยืนพื้นขายในราคาของมันเองด้วยครับ เหมือนว่านี่ก็คือสินค้าหลักของร้านเหมือนกันนะ...

จาก 3 แบบข้างบน แบบไหนน่าสนใจที่สุด น่าซื้อที่สุดครับ?...แบบที่ 2 ใช่ไหม?

แต่ก่อนจะขาย เราต้องสร้างเงื่อนไขเรื่องเวลาขึ้นมาด้วยครับว่า หมดเขตเมื่อไร หรือมีจำนวนจำกัดเท่าไร ฯลฯ เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อครับ

เมื่อถูกเร่งให้ตัดสินใจซื้อ แน่นอนว่าแบบที่ 2 จะถูกซื้อง่ายสุดใช่ไหมครับ ทีนี้มาดูตัวเลขกำไร ว่าเซตนี้เราได้เท่าไร

สินค้า  A ราคา 1,000 + สินค้า B ต้นทุน 50 แต่เราขาย 1,060 ถามว่างานนี้เราขาดทุนส่วนไหน หรือได้กำไรน้อยลงไหม?

ไม่เลยครับ สินค้าหลักเราก็ยังกำไรเท่าเดิม ส่วนสินค้าแถม เราขายราคาทุน อย่างมากก็เสียเพิ่มแค่ค่าส่งไปรษณีย์ที่อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เห็นไหมว่าผมนำตัวเลือก ตัวหลอก มาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะทีเดียว

แต่ทั้งนี้ นี่คือทฤษฎีนะครับ จะช่วยให้ยอดขายดีขึ้นจริงไหม อันนี้ต้องลอง เพราะสินค้าแต่ละอย่าง ความต้องการใช้งานและการตัดสินใจซื้อไม่ได้ง่ายเหมือนกัน ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง สินค้าฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นก็อาจจะกระตุ้นยากหน่อย...

ถือว่านี่คือ 1 กลยุทธ์ทางเลือก เพื่อการดิ้นรนหนีตายของอาชีพแม่ค่าพ่อค้าออนไลน์ก็แล้วกันครับ

You May Also Like

0 ความคิดเห็น