แนวทางการสร้างอาชีพเสริมคู่งานประจำ

by - 28.4.57


เมื่อคืน ไปดื่ม มีโอกาสได้คุยกับเด็กดริ๊งค์คนนึง เขาเล่าให้ฟังว่ามาทำงานแบบนี้ที่แรก ทำได้ 7 วัน กลางวันทำงานห้าง ส่วนที่บ้านไม่รู้ว่ามาทำกลางคืนด้วย

ถามว่าทำไมต้องโหมขนาดนี้ เขาบอกต้องช่วยผ่อนภาระทางบ้าน ครอบครัวเป็นหนี้อยู่ก้อนนึง แค่ใช้หนี้หมดก็พอแล้ว

ถามว่าเท่าไร?

25,000 บาท !!!

สำหรับผมอาจน้อยมาก แต่สำหรับเขาคงเยอะทีเดียว ติดหนี้มานานแล้วยังใช้ไม่หมด เพราะต้องขัดดอกเดือนละ 5,000 บาท (ดอกร้อยละ 20 ต่อเดือน) ลำพังเงินเดือนประจำก็ทำได้แค่ขัดดอก !!!

ตอนนี้ผมเลยรู้สึกอยากช่วยเพื่อนที่ทำงานประจำให้รู้จักบริหารวัยให้เกิดประโยชน์ด้านการเงินมากขึ้น เพราะวัยของคนเราไม่คงที่ ยิ่งนับวันยิ่งแก่ ศักยภาพในการบริหารจัดการยิ่งลดลง 

ถ้าวันนี้คุณทำงานได้เงินเดือนและหักทุกรายจ่ายจำเป็น เหลือเงินเก็บแค่ 3,000-4,000 บาท คุณสมควรอย่างยิ่งที่จะหาแหล่งรายได้ใหม่เป็นตัวเสริม

นั่นเพราะรายจ่ายฉุกเฉินที่เข้ามาในชีวิต มันไม่จิ๊บๆ เลย ใครจะรู้ว่าวันนึงเราต้องผ่าตัดโน่นนี่ ใครจะรู้ว่าวันนึงพ่อแม่จะล้มในห้องน้ำ ใครจะรู้ว่าจู่ๆ ต้องชดใช้อุบัติเหตุที่ไม่ตั้งใจ...ซึ่งการมาของมันในแต่ละครั้ง หลายหมื่น เก็บเงินทั้งปี แต่จ่ายครั้งเดียว...ตัวเบา

ทีนี้วกเข้ามาที่การหารายได้เสริม...ทำยังไง

ผมไม่ได้แนะนำให้คุณไปสมัครเด็กเสริฟไอศกรีมซเวนเซ่นครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์ อาชีพเสริมในปัจจุบันมีมากมาย และที่กำลังฮิตๆ ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่วนใหญ่ก็ออกแรงน้อย ลงทุนต่ำกันทั้งนั้น อาศัยแค่การเอาใจใส่ ศึกษา ทดลอง ต่อเนื่อง...จนมันเป็นต้นเงิน ผลิดอกออกผลอย่างไม่หยุดยั้งในอนาคต

และก่อนที่คุณจะสนใจอาชีพเสริมในสายงานพวกนี้ อย่างแรกเลยคุณต้องมีความเชื่อก่อน ว่าคุณก็ทำได้ แม้คุณจะทำงานประจำไปด้วย

ผมจะแนะนำเป็นไกด์ให้นะครับ สำหรับคนที่อ่านถึงตรงนี้แล้วสนใจ

1. หาไอดอลก่อน คนที่ทำงานนอกเวลาหรืองานที่ไม่ประจำจนประสบความสำเร็จ มองเขา ติดตามเขา แกะรอยหยักความคิดเขาให้ดี

2. เดินไปร้านหนังสือ หาหนังสือที่มีคำว่า รวย บนปก แล้วเลือกว่า สนใจเล่มใน
2.1 แนะนำให้เลือกงานสายที่ชอบ หรือที่เรามี skill เดิมสอดคล้องกันอยู่แล้ว
2.2 หรือเลือกงานที่เหมาะกับ จริต และ กิจวัตร
"จริต" หมายถึง ความประพฤติที่แสดงออกมาจากพื้นฐานของจิตใจ
"กิจวัตร" หมายถึง สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นหรือไม่จำเป็น

3. บริหารเวลา นอกเวลางาน เพื่อลงมือทำ

4. อย่าฝันเยอะ ตั้งเป้าเล็กๆ แล้วทำให้ได้ทีละเป้า

5. แนะนำให้เลือกโมเดลที่ทำแล้วสามารถเติบโตได้ในอนาคต อย่าทำแบบฟรีแลนซ์ ที่รับจ้างไปวันๆ หรือ อาจรับจ้างไปวันๆ ก่อนก็ได้ แต่ต้องมีโมเดลใหญ่รองรับ เพื่อการเติบโตในอนาคต เช่น รับจ้างแปลภาษา ก็รับงานมาแปลเป็นครั้งๆ เพื่อเอาเงินไว้ก่อน แต่ก็เตรียมทำเว็บบล็อกเพื่อลงบทความจากงานที่แปลด้วย คือ เมื่อแปลบทความมาแล้ว ก็เอามารีไร้ท์ เป็นบทความใหม่ แล้วโพสต์ลงเว็บบล็อก จากนั้นก็หาช่องทางโปรโมตตามโมเดลที่ศึกษามา ในอนาคต เว็บนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามคุณภาพบทความที่ลง

จริงๆ ไม่ต้องเว็บบล็อกอย่างเดียวนะครับ เดี๋ยวหาว่าผมไปอบรมมาแล้ว ไฟแรง เอามาพรีเซนต์ต่อ ไม่ใช่แบบนั้นนะ เมื่อก่อนผมเคยยกตัวอย่างเรื่องนี้มาก่อนแล้ว คราวนี้ถือว่าย้ำอีกที เพราะมันเป็นโมเดลที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกๆ วันที่ผ่านไป เชื่อไหมว่านักลงทุนบางกลุ่ม มีความคิดว่า เว็บไซต์ก็เหมือนอสังหาริมทรัพย์ ที่นับวันยิ่งมีมูลค่าดีดตัวสูงขึ้น...

ถ้าจะมีโมเดลอื่นๆ ที่พอจะแนะนำได้ ก็คงไม่พ้น e-commerce ครับ อนาคตมันอาจโตเป็นธุรกิจของเราเองแบบ 100% เช่น วันนี้รับครีมจากคนอื่นมาขายออนไลน์ ขายดี ทำตลาดเก่ง มีทุน สั่งผลิตเอง จ้างตัวแทนขาย ฯลฯ อะไรพวกนี้ แม้เป็นโมเดลที่เพ้อฝันมาก แต่ใน loop ของ e-commerce มันสามารถทำได้ทุกคน รวมทั้งพนักงานประจำและนักศึกษา

นี่คือแนวทางที่ผมจะแนะนำให้ได้

วกกลับมาเรื่องชีวิตพนักงานประจำ...เมื่อก่อน ช่วงที่ผมกบฎจากชีวิตพนักงานประจำแล้วประสบความสำเร็จกับ e-commerce ผมมีความคิดดูถูกคนทำงานประจำครับ จริงๆ นะ ผมเหมือนคนได้ดีแล้วหลงตัวเอง

แต่ตอนนี้ผมกลับความคิดอย่างไม่มีสาเหตุ อาจเป็นเพราะผมเจอคนอื่นที่มาแนวเดียวกับผม คือ สำเร็จด้วยงานไม่ประจำแล้วพยายาม Buff คนทำงานประจำว่าเสียโอกาส เสียเวลา เสียสิทธิ์ ไม่ดี ไม่เด่น ไม่รวย ฯลฯ ผมเลยเกิดหมั่นไส้คนเหล่านั้น ว่าจะแดกดันทำไมเยอะแยะ แล้วเหมือนความคิดผมเลือกข้าง มาอยู่ข้างพนักงานประจำ

ตอนนี้ผมกลายเป็นชื่นชมเขาด้วยซ้ำ ที่เสียสละเวลามากกว่า ครึ่งวัน ทำงานประจำเพื่อให้คนอื่นๆ ในประเทศเสพสุขสบาย

นี่เองจึงเป็นที่มาของ Class เรียนหารายได้เสริมคู่งานประจำ รุ่นที่ 1 ที่ผมได้เปิดขึ้น

ผมอยากให้คนทำงานประจำมีรายได้มากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้นตามความสามารถ ถ้าวันนึงเขาจะถีบตัวเองมาเป็นนายจ้างบ้าง ผมคิดว่าประเทศคงไม่เสียหายอะไร เพราะคนทำงานประจำมีใหม่เข้ามาเรื่อยๆ

แต่ก่อนจะทำอาชีพเสริมจนเป็นอาชีพหลักได้

1. ปรับวิธีคิดก่อน ให้มาทางการสร้างงานที่ลงแรง ลงเวลาน้อยที่สุด เพื่อแลกกับรายได้ที่มาอย่างสม่ำเสมอ (ไม่ต้องเยอะครับ ขอคำเดียวก็พอคือ สม่ำเสมอ)
2. ปรับพฤติกรรม เอาเวลามาจากการดูละคร (แล้วเพ้อบนเฟสบุคตามละคร) ตะลอนเที่ยว หรืออื่นๆ ที่ใช้เวลาทิ้งไปโดยไม่จำเป็น มาศึกษา และลงมือทำอย่างเป็นประจำ
3. หูตาต้องไว และอย่าอวดว่าตัวเองฉลาด เพราะคนที่จะไม่พัฒนาเลยคือคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว
4. คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้

หวังว่าจะเป็ฯประโยชน์ครับ

ปล. สำหรับคนที่คิดว่า ชั้นทำอาชีพสวยหรู ดูดีอยู่แล้ว รอแค่ผ่านประเมินและปรับตำแหน่งตามอายุงานก็พอ จากนั้นเงินเดือนก็เหลือใช้...เป็นความคิดที่ดีครับ แต่ฝากไว้ เงินช็อตเมื่อไร อย่าเร่ขอยืมเพื่อนนะครับ อายเขา

You May Also Like

0 ความคิดเห็น