สัส เจ็บใจมาก...โดนหลอกมาครับ

by - 28.2.57

photohakanphotography

สัส โคตรเจ็บใจ โดนหลอก ประสบการณ์ครั้งนั้นไม่เคยมีวันลืมเลย
.
.
.
.
.
.
เพื่อนผมคนนึง สมัย ม.1 ท้าผมเล่นตะกร้อแบบ 1-1 ผมเตะไม่เป็นเลยไม่คิดจะแข่ง แต่โดนแซว โดนยั่วยุ และก็โดน offer ล่อใจด้วยการต่อแต้มให้อีก 10 แต้ม

ผมคิดในใจตอนนั้น เกมชนะ 15 แต้ม เราแค่เตะให้ได้ 5 แต้มก็ชนะแล้ว บ๊ะ แค่นี้เองทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ...แต่ผลสุดท้าย 

แพ้..แบบไม่ได้สักแต้มเลยด้วยซ้ำ

ความรู้สึกว่าเสียรู้ทำผมหงุดหงิด ผมเจ็บใจมาก แต่ที่เจ็บกว่ารู้สึกว่าโดนหลอกแดกคือ ผมทำไม่ได้สักแต้ม ทำไมกูกระจอกขนาดนี้...

ไม่ได้ละ ต้องเอาคืน !!!

จากนั้น ผมก็เริ่มฝึกเล่นตะกร้อ เริ่มต้นจากหลังบ้าน (เป็นทุ่งนา และสนามกีฬาย่อมๆ) โชคดีที่มีคู่ซ้อมที่ไม่ได้เก่งเหมือนกัน คือ เพื่อนข้างบ้าน 

เมื่อต่างคนเลยต่างอยากฝึกด้วยกัน เป้าหมายเดิมเลยเปลี่ยน จากคนที่หลอกเอาเงินผม มาเป็นคู่ซ้อมผมเองนี่แหละ เราพยายามแข่งกัน และไปๆ มาๆ ผมเริ่มทิ้งห่าง

ไม่ใช่เพราะผมเกิดมาแบบ born to be แต่เพราะเพื่อนคนนี้เขาไม่มีเวลามากเท่าผม เขาต้องไปทำกิจกรรมอื่นด้วย ผมจึงมีเวลาซ้อมมากกว่าเขา 

อยู่คนเดียว ผมก็ซ้อมเดาะ ซ้อมกระโดดเตะ แล้วก็เดาะ...จนเหมือนลูกตะกร้อเป็นส่วนหนึ่งของผม แล้วผมก็แซงเพื่อน (คู่ซ้อม) ไปแบบขาดลอย...

ผมใช้เวลาไม่นานมาก ผมก็กลับมาขอแก้มือกับคนที่เคยหลอกกินเงินผม โดยยังไม่มั่นใจว่าจะชนะ จึงขอให้เขาต่อแต้มให้เหมือนเดิม...

ผลคือ ผมชนะ เพราะการทำ 5 แต้ม เริ่มเป็นเรื่องง่ายแล้ว จากนั้น เขาก็ขอลดแต้มลง แต่ผมก็ชนะอีก...จนในที่สุด แต้มที่ 0-0 เท่ากัน 

...เขาแพ้ผมราบคาบ

ตอนนี้ผมแซงไป 2 คนแล้ว

ชื่อเสียงในสนามเดิมพันของผมปรากฏขึ้น มีคนเริ่มเข้ามาท้าทาย ก็ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ แล้วผมก็โหมฝึกต่อไป ชนะคนนี้ได้ก็เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ จนเมื่อผมปีนเกลียว จะเอาชนะตัวแทนอันดับหนึ่งของโรงเรียนให้ได้...

ซึ่งแน่นอนในตอนนี้ผมไม่มีคู่ซ้อมที่สูสีกับผมแล้ว ผมเลยหันไปซ้อมกับคู่แข่งหมายเลขหนึ่งของผมแทน  ผมซ้อมกับเขาทุกวัน ไม่เคยเว้นช่วงนาน แถมบางโอกาส ได้เทียบชั้นเตะกับรุ่นพี่ที่เก่งขึ้นไปอีกในแบบทีม

จากเด็กที่ไม่เคยเตะตะกร้อเลยจวบจนอายุ 13 ปี ผมใช้เวลาเพียง 1 ปี ในการทาบชั้นทีมเตะระดับโรงเรียน และระดับหมู่บ้าน

แม้ท้ายสุดผมไปไม่ถึงฝั่ง ยังเก่งไม่พอล้มเป้าหมายได้...แต่เชื่อไหม ผมโคตรภูมิใจ เพราะเมื่อผมย้อนมองไปข้างหลัง ผมทิ้งห่างใครหลายต่อหลายคนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะตามทัน !!!

ผ่านความทรงจำนี้มา ผมเชื่ออย่างแม่นมั่นว่า เราทุกคนล้วนมีศักยภาพในตัวเอง เราไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริง เพราะเราไม่เคยค้นหามันอย่างจริงจัง

ถ้าวันนึงอยากทำอะไรให้สำเร็จ จงมองคนที่เขาอยู่ข้างหน้าเรา วิ่งตามให้สุดกำลังเลยครับ เพราะแม้ท้ายสุดเราจะตามเขาไม่ทัน แต่เชื่อว่าเราจะสามารถแซงใครได้อีกหลายคน

แล้วเราจะภูมิใจกับมันครับ

You May Also Like

0 ความคิดเห็น